About Us

ข้อมูลบริษัท

บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “PRAPAT”) เดิมชื่อบริษัท พีรพัฒน์ เคมีอุตสาหกรรม จำกัด ก่อตั้งโดยคุณสืบพงศ์ เกตุนุติ (“คุณสืบพงศ์ฯ”) ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจด้านน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรม ร่วมกับกลุ่มเพื่อนร่วมสถาบันการศึกษา คุณสืบพงศ์ฯ จบการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาเคมีวิศวกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเริ่มการทำงานกับบริษัท บีเอเอสเอฟ (ไทย) จำกัด (“BASF”) จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านธุรกิจสารทำความสะอาดสำหรับภาคอุตสาหกรรม ระหว่างนั้นคุณสืบพงศ์ฯ มีโอกาสได้เป็นหัวหน้าทีมศึกษาโครงการขยายธุรกิจของ BASF ด้านสารทำความสะอาดที่เน้นการใช้กับเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทยในยุคนั้น แต่ทาง BASF มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลักจึงยกเลิกโครงการไป คุณสืบพงศ์ฯ เล็งเห็นว่าธุรกิจสารทำความสะอาดสำหรับภาคอุตสาหกรรมอาหารและท่องเที่ยวในประเทศไทยมีโอกาสเติบโตในอนาคต จึงได้ชักชวนเพื่อนร่วมสถาบันการศึกษามาก่อตั้งบริษัท พีรพัฒน์ เคมีอุตสาหกรรม จำกัด ขึ้นมาในปี 2531 ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 2.00 ล้านบาท

โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำยาซักรีดที่ใช้กับเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้น้ำยาซักรีดที่มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากการซักผ้าด้วยมือหรือเครื่องซักผ้าขนาดเล็กทั่วไป การทำการตลาดช่วงแรกจึงเน้นกลุ่มลูกค้าประเภทโรงแรมและโรงพยาบาลที่มีการซักรีดผ้าปริมาณมากและใช้เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ ต่อมาด้วยวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารในการขยายตลาดด้านสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มลูกค้าหลักดังกล่าว บริษัทจึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาไปยังกลุ่มน้ำยาทำความสะอาดพื้น น้ำยาทำความสะอาดสำหรับครัว และเครื่องจักรอุปกรณ์สำหรับระบบสระว่ายน้ำ เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจให้ครบวงจรสำหรับกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ถัดมาทีมผู้บริหารวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจระยะยาวโดยการขยายกลุ่มลูกค้าไปยังภาคอุตสาหกรรมและโรงงานต่างๆ จึงมีการวิจัยและพัฒนาน้ำยาสำหรับฆ่าเชื้อเพื่อทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงกับลูกค้ากลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มซึ่งต้องการการฆ่าเชื้อที่ถูกสุขอนามัยแต่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่มีอันตรายจากการปนเปื้อนเข้าไปในอาหารหรือเครื่องดื่มที่ผลิต ทีมผู้บริหารยังได้คิดค้นต่อยอดกลยุทธ์การสนับสนุนการขายน้ำยาของบริษัท โดยสรรหาและนำเข้าเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ เครื่องป้อนน้ำยาสำหรับกลุ่มงานซักรีดและกลุ่มฆ่าเชื้อ นำเข้าเครื่องล้างภาชนะอัตโนมัติจากต่างประเทศมาจำหน่ายสำหรับกลุ่มงานด้านครัวซึ่งช่วยสนับสนุนการขายน้ำยาล้างภาชนะและน้ำยาช่วยแห้ง นำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสระว่ายน้ำแบบครบวงจร อาทิ ระบบปั๊ม ระบบบำบัดสระว่ายน้ำ เป็นต้น

2531

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท พีรพัฒน์ เคมีอุตสาหกรรม จำกัด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2531

ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 2.00 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายน้ำยาซักรีดสำหรับภาคอุตสาหกรรม

2535

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไทยสจ็วต เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (“TSS”) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2535

ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 5.00 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าเทคโนโลยีด้านครัว ภายใต้เครื่องหมายการค้า “STEWARD” รวมทั้งเพื่อเปิดหน่วยธุรกิจการบริการให้เช่าเครื่องล้างภาชนะอัตโนมัติ

2536

กองทุน AIB Govett Investment Management (I.O.M.) Limited (“กองทุน AIB”) ประเทศอังกฤษ

เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ในสัดส่วนร้อยละ 27.00 ซึ่งกองทุน AIB ไม่มีความสัมพันธ์ในลักษณะเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกันกับผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้บริหารของบริษัท

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ชะอำพีรพัฒน์เคมีคอล จำกัด (“CPC”) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2536

ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 0.50 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจเป็นโรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ให้กับบริษัท มีโรงงานตั้งอยู่ที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (ทั้งนี้ ในปี 2557 มีการโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer: EBT) ไปรวมกันกับบริษัท) ปัจจุบัน CPC จดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีบริษัทเรียบร้อยแล้ว

2538

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท มิสเตอร์ พูล จำกัด (“MP”) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2538

ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 2.00 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์สำหรับสระว่ายน้ำ รวมทั้งยังให้บริการวางระบบบำบัดและดูแลทำความสะอาดสระว่ายน้ำ

2543

บริษัทจัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อ บริษัท คลีนแคร์ ไฮยีน (ไทยแลนด์) จำกัด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท แคลวาทิส-เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (“CVT”)) เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2543

ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 3.00 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายน้ำยาทำความสะอาดประเภทสารฆ่าเชื้อ ภายใต้สูตรการผลิตและเครื่องหมายการค้า “Calgonit” รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดสำหรับกลุ่มธุรกิจโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม

1 พฤษภาคม 2543 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แอลไลส์ อินเตอร์เทรด จำกัด (“AL”)

ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 2.00 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายน้ำยาซักรีดสำหรับกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล โรงซักรีด และโรงงานแปรรูปอาหาร และการให้บริการหลังการขายเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าดังกล่าว

บริษัทได้รับมาตรฐาน ISO 9001: 2008 (มาตรฐานเดิม ISO 9001 : 2000)

รับรองโดย SGS (Thailand) Limited ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล เพื่อความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพ และความมีประสิทธิภาพของการดำเนินงานภายในองค์กร โดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization) สำหรับการออกแบบและการผลิต น้ำยาเคมีพิเศษสำหรับการซัก ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อ

MP เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2.00 ล้านบาท เป็น 5.00 ล้านบาท

โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน

2544

TSS เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5.00 ล้านบาท เป็น 10.00 ล้านบาท

โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน

2546

บริษัทลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท คลีนแคร์ ไฮยีน (ไทยแลนด์) จำกัด

โดยรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นกลุ่มผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 74.00 เป็นร้อยละ 80.00 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว

2547

บริษัท คลีนแคร์ ไฮยีน (ไทยแลนด์) จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 3.00 ล้านบาท เป็น 5.00 ล้านบาท

โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน บริษัทจึงยังคงมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 80 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว

• บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ด้าน Good Manufacturing Practice (GMP)

ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย มรท. 8001-2546 (Thai Labor- Standard: TLS 8001-2546)

ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เน้นให้ธุรกิจ (นายจ้าง) แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานให้ทัดเทียมและเสมอภาค ก่อให้เกิดคุณภาพชีวิต มีความปลอดภัย มีแรงงานสัมพันธ์ที่ดี และมีขวัญกำลังใจในการทำงาน

บริษัท คลีนแคร์ ไฮยีน (ไทยแลนด์) จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท แคลวาทิส (ไทยแลนด์) จำกัด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2547

ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท แคลวาทิส-เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (“CVT”)

2548

บริษัทได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่น

ด้านสวัสดิการและแรงงานสัมพันธ์ ระดับประเทศ ครั้งที่ 1 จากสำนักแรงงานสัมพันธ์

2549

กองทุน AIB ขายหุ้นทั้งหมด

เนื่องจากกองทุนดังกล่าวต้องการปิดกองทุน

บริษัทได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่น

ด้านสวัสดิการและแรงงานสัมพันธ์ ระดับประเทศ ครั้งที่ 2 จากสำนักแรงงานสัมพันธ์

บริษัทได้รับมาตรฐาน

ISO 14001: 2004
ISO/IEC 17025:2005 รับรองโดย SGS (Thailand) Limited
OHSAS 18001: 2007
TIS 18001-2554

2550

บริษัท แคลวาทิส (ไทยแลนด์) จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น บริษัท แคลวาทิส-เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (“CVT”) และการจัดโครงสร้างกลุ่มบริษัท (Peerapat Group: PPG)

บริษัทเข้าซื้อหุ้นของ TSS
บริษัทเข้าซื้อหุ้นของ MP

บริษัทได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่น

ด้านสวัสดิการและแรงงานสัมพันธ์ ระดับประเทศ ครั้งที่ 3 จากสำนักแรงงานสัมพันธ์

TSS เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10.00 ล้านบาท เป็น 15.00 ล้านบาท

โดยสัดส่วนการถือหุ้นของ PRAPAT ยังคงเป็นร้อยละ 92.39 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว

Calvatis GmbH ประสงค์จะลงทุนซื้อหุ้น

ส่งผลให้ PRAPAT มีสัดส่วนการถือหุ้นคงเหลือร้อยละ 70.00 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว

2551

บริษัทได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และ CVT เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5.00 ล้านบาท เป็น 10.00 ล้านบาท

2554

บริษัททำการจัดโครงสร้างกลุ่มบริษัท

โดยการลงทุนซื้อหุ้นของ AL จากผู้ถือหุ้นทุกราย และ เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนหนึ่ง จำนวน 7,497,262 หุ้น ให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย (โครงการ ESOP)

2556

บริษัทได้รับการแต่งตั้ง

ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสระว่ายน้ำสำเร็จรูป ตราสินค้า Magiline จากประเทศฝรั่งเศส

2557

บริษัทจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้

จากหุ้นละ 1.00 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท

2558

บริษัทได้เริ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องทำน้ำร้อนประหยัดพลังงาน

เพื่อให้สอดคล้องตามแผนกลยุทธ์ต่อยอดการตลาดจากลูกค้าเป้าหมายหลัก

2559

บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 3

จากกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมินผล และทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

2562

PRAPAT เริ่มทำการตลาดสำหรับสินค้าดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562

เพื่อเป็นการเตรียมตัวจัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจรองรับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

2563

เสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนเสร็จสมบูรณ์

บริษัทจึงมีทุนชำระแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 120.00 ล้านบาท

Organization Chart

Management

...

Subsidiaries

บริษัทสามารถขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบ้านพักส่วนตัว ดังนั้น เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ บริษัทจึงได้จัดโครงสร้างกลุ่มบริษัทให้มีความชัดเจนในด้านกลุ่มลูกค้าและความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน โดยจัดให้มีบริษัทย่อยรวม 4 บริษัท

Sustainability Policy

...

Job Opportunity

...